วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

“30จว.”จมบาดาล3ล้านคนทุกข์ระทม


]


วันนี้ (8 ต.ค.) นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะรอง ผอ.ศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 30 จังหวัด ได้แก่ จ.สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด ลำปาง เลย นครราชสีมา บุรีรัมย์ กำแพงเพชร และ จ.ตาก รวม 218 อำเภอ 1,498 ตำบล 10,747 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 762,765 ครัวเรือน 2,342,123 คน

ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 253 ราย สูญหาย 4 ราย พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 8,642,399 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บ่อปลา 123,824 บ่อ สัตว์ได้รับผลกระทบ 9,956,723 ตัว น้ำท่วมเส้นทาง ไม่สามารถสัญจรผ่านได้รวม 214 สาย แยกเป็นทางหลวง 60 สาย ใน 17 จังหวัด ทางหลวงชนบท 154 สาย ใน 28 จังหวัด

สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่าง ๆ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะลุ่มน้ำปิง ที่อำเภอบรรพตพิสัย จ.นครสรรค์ ลุ่มน้ำยม ที่อำเภอบางระกำ จ.พิษณุโลก อำเภอสามง่าม อำเภอโพทะเล อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ลุ่มน้ำมูล ที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอด่านขุนทด อำเภอโนนไทย จ.นครราชสีมา อำเภอสตึก อำเภอลำปลายมาศ อำเภอกระสัง จ.บุรีรัมย์ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ อำเภอราษีไศล อำเภอกันทรารมย์ อำเภอเมือง จ.ศรีสะเกษ ลุ่มน้ำชี ที่อำเภอเมือง จ.ขอนแก่น อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอเมือง จ.มหาสารคาม อำเภอจังหาร อำเภอทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด อำเภอเมือง อำเภอมหาชนะชัย จ.ยโสธร ลุ่มน้ำสะแกกรัง ที่อำเภอเมือง จ.อุทัยธานี ลุ่มน้ำท่าจีน ที่อำเภอเมือง อำเภอสองพี่น้อง อำเภอบางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี อำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี จ.นครปฐม

ส่วนลุ่มน้ำเจ้าพระยาปริมาณน้ำไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ 4,650 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณไหลผ่าน 3,651 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านที่อำเภอบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 3,204 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำใน 10 จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล เขื่อนแควน้อย มีปริมาณน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ 98 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 135 เปอร์เซ็นต์

นายวิบูลย์ กล่าวเตือนว่า ในระยะนี้ร่องมรสุมพาดผ่านพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง ทำให้มีฝนตกเกือบทั่วไป และฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยที่ราบลุ่มริมน้ำ ใกล้ทางน้ำไหลผ่านใน 12 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร นครนายก นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนระมัดอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก และน้ำล้นตลิ่ง

ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์น้ำพบว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างยังค่อนข้างวิกฤต ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ศอส.จึงได้กำชับให้จังหวัดพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา และภาคกลางตอนล่าง เตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำล้นตลิ่งเข้าขั้นวิกฤติ โดยเร่งเสริมแนวคันกั้นน้ำให้สูงขึ้น พร้อมตรวจสอบคันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันคันกั้นน้ำพัง ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ที่อยู่ในแนวเขตป้องกัน รวมถึงประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประชาชนผู้ประสบภัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ทางสายด่วนต่าง ๆ ดังนี้ เส้นทางหลวงแผ่นดิน 1586 รถไฟ 1690 ตำรวจทางหลวง 1193 ขอรับการช่วยเหลือทางการแพทย์ 1669 ขอความช่วยเหลือจากเหตุสาธารณภัย สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รายงานสถานการณ์น้ำเอ่อล้นท่วมในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล




เวลา 20.50 น. สำนักการระบายน้ำ กทม. ระบุว่า ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดอย่างต่อเนื่องแล้ว หลังจากที่หนุนสูงขึ้นเกิน 2 เมตรเมื่อช่วงเย็น ทำให้ในขณะนี้ระดับที่ไหลเข้าท่วมบริเวณ จ.นนทบุรี และ กทม. ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลงแล้ว คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติเวลาประมาณ 22.00 น. คืนนี้

เวลา 19.40 น. สถานีวิทยุ จส.100 รายงานว่า น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้เข้าท่วมบริเวณถนนชัยพฤกษ์ ช่วงเชิงสะพานพระรามที่ 4 ทุกช่องทางการจราจร แนะนำให้เลี่ยงใช้สะพานนนทบุรี หรือสะพานพระนั่งเกล้าแทน

เวลา 18.00 น. เทศบาลนครปากเกร็ด จ.นนทบุรี ประกาศหากไม่สามารถรับมือน้ำท่วมได้ จะจุดพลุสี 5 ครั้งให้ปชช.เตรียมอพยพ

ล่าสุดเมื่อช่วง 17.00 น. ที่ผ่านมา รายงานข่าวแจ้งว่าบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีินนท์ น้ำได้เ่อ่อล้นท่วมเข้ามายังถนนแล้ว ทำให้การจราจรติดขัดยาวต่อเนื่องมาจนถึงแยกเกียกกาย ถ.สามเสน

นอกจากนี้บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระัจันทร์ น้ำได้ทะลักเข้ามายังริมตลิ่งแล้ว



ประกาศเตือน! 13 เขต กทม.เสี่ยงจมน้ำท่้วม



ขณะที่ข้อมูลจาก สำนักการระบายน้ำ นับถึงเวลานี้มีบ้านเรือนของประชาชนมากกว่า 1,200 ครัวเรือน ใน 27 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ 13 เขต ที่ตั้งอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ สุ่มเสี่ยงที่จะจมบาดาล โดยได้แบ่งพื้นที่อันตรายออกเป็น 6 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มวิภาวดี มี 1 เขต คือ เขตบางซื่อ กลุ่มรัตนโกสินทร์ มี 3 เขต เป็นเขตดุสิต เขตพระนคร และเขตสัมพันธวงศ์

กลุ่มเจ้าพระยา มี 3 เขต เป็นเขตบางคอแหลม เขตยานนาวา และเขตคลองเตย กลุ่มกรุงธนบุรี มี 4 เขต คือ เขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย เขตธนบุรี และเขตคลองสาน กลุ่มตากสิน มี 1 เขต คือเขตราษฎร์บูรณะ ส่วนกลุ่มมหาสวัสดิ์ มี 1 เขต คือ เขตทวีวัฒนา

นอกจาก 13 เขตเสี่ยงริมเจ้าพระยาแล้ว ยังมีจุดเสี่ยงพื้นที่ด้านฝั่งตะวันออกที่อาจได้รับผลกระทบหากน้ำจาก จ.ปทุมธานี ไหลทะลักเข้ามา คือ มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง คลองสามวาบางส่วนที่ติดคลอง และสายไหมด้านเหนือ

ศาลสั่งคุก 20 ปี นศ.หลอกขายตุ๊กตาบลายธ์


ศาลอาญาอ่านคำพิพากษา คดีฉ้อโกงประชาชน น.ส.ศริญญา ชูเอี่ยม อายุ 26 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และประกอบธุรกิจการตลาดแบบตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ฟ้องโจทก์ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 23 มี.ค. 2552 - 25 มี.ค. 2553 จำเลยได้บังอาจกระทำผิดกฎหมายโดยการลงโฆษณาทางเว็บไซต์ประกาศจำหน่ายสินค้าตุ๊กตา "บลายธ์" ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด ทั้งที่จำเลยมิได้จดทะเบียนให้ถูกต้องอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย จนมีประชาชนผู้เสียหายจำนวน 73 ราย หลงเชื่อสั่งซื้อตุ๊กตาบลายธ์ และโอนเงินผ่านธนาคารจำนวนกว่า 20 ล้านบาท แต่จำเลยไม่สามารถส่งตุ๊กตาบลายธ์ให้ผู้เสียหายได้ และก็ปฏิเสธและบ่ายเบี่ยงมาตลอด จนกระทั่งผู้เสียหายได้ทยอยเข้าแจ้งความต่อ พนักงานสอบสวน กองปราบปรามติดตามจับกุมจำเลยมาดำเนินคดี ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ให้การรับสารภาพในชั้นศาล

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดจริง ตามประมวลกฎหมายอาญา, พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 ให้ลงโทษทุกกรรมฐานฉ้อโกงประชาชนรวม 73 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 146 ปี ฐานประกอบธุรกิจแบบตรงโดยไม่จดทะเบียน จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 73 ปี 2 เดือน อย่างไรก็ตามซึ่ง ตามกฎหมายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนนั้น กฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี คงจำคุกจำเลยไว้ 20 ปี และให้จำเลยคืนเงิน จำนวน 20,406,748 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย

4 เขตของ กทม.เสี่ยงน้ำท่วมหนัก

ผู้ว่าฯ กทม.ยอมรับพื้นที่ 4 เขตฝั่งตะวันออกของ กทม.เสี่ยงวิกฤตน้ำท่วมหนัก แต่ยืนยันสามารถรับมือได้ ระบุ กทม.สามารถระบายน้ำได้ 30 ลบ.ม.ต่อวัน ขณะที่คลองหลักสามารถรับน้ำได้ 13 ลบ.ม.ต่อวัน

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือปัญหาน้ำท่วม กทม.ที่เขตหนองจอก ซึ่งเป็นพื้นที่จุดเสี่ยงถูกน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี เพราะเป็๋นพื้นที่รับน้ำจากคลองสิบสาม ทั้งนี้ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนในเขตกรุงเทพฝั่งตะวันออก 4 เขตที่เป็นจุดเสี่ยงอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ คือ เขตหนองจอก มีนบุรี คลองสามวา และลาดกระบัง ให้เตรียมสถานที่หากต้องมีการอพยพ

โดยจะอพยพ คนแก่ และผู้พิการ ออกมาอยู่ที่ศูนย์ที่โรงเรียนศูนย์ฝึกอาชีพของ กทม.แต่ละเขต และโรงเรียนในสังกัด กทม. และกระจายไปในจุดต่าง ๆ และได้เตรียมความพร้อมทรายไว้ 5 แสนลูก เตรียมงบไว้รองรับปัญหาน้ำท่วม 1,000ล้านบาท โดยเฉพาะวันที่ 16-17 ต.ค. นี้ ที่น้ำทะเลจะหนุนสูงสุด รวมถึงน้ำจากภาคกลางจะถึง กทม. ขณะเดียวกันก็ห่วงเขตดอนเมือง และสายไหม แต่ 2 เขต ยังถือว่าอยู่ในแนวคันกั้นน้ำจึงน่าจะรับมือได้

ส่วนกรุงเทพฝั่งตะวันตก จะมีการผันน้ำจากแม่น้ำท่าจีนลงทะเลและอาจทำให้น้ำจากจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม ไหลบ่านั้น ยืนยันกรุงเทพฝั่งตะวันตกมีคลองทวีวัฒนา และคลองมหาสวัสดิ์ ที่จะรับน้ำและระบายลงทะเล อีกทั้งมีพื้นที่แก้มลิงสนามไชย ที่อำเภอมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร รองรับน้ำอีก

โดยพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถระบายน้ำได้ 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่คลองทวีวัฒนา คลองประเวศ และคลองแสนแสบ สามารถรับน้ำได้ทั้งหมด 13 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งขณะนี้รับน้ำไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ และพร้อมเปิดประตูรับน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยจะผันน้ำจากคลองแสนแสบ และประเวศไปที่คลองพระโขนง ผ่านอุโมงค์ยักษ์ ผันน้ำลงทะเลที่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซอยสุขุมวิท 50

ขณะที่สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขต กทม. มีเขื่อนคันกั้นน้ำ 71 แห่ง และมีพื้นที่แก้มลิง ทั้งหมด 21 แห่ง ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะสามารถรับน้ำได้ แต่ก็ไม่ประมาทและยอมรับพื้นที่ริมคูคลองและแม่น้ำเจ้าพระยา จะท่วมอย่างแน่นอน แม้จะมีการป้องกัน เพราะไม่สามารถป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์

เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ถูกด่ายับปล่อยน้ำสร้างความเดือดร้อน ประชุมเครียดแก้ปัญหาและรับพายุลูกใหม่ อีก 1 เปอร์เซ็นต์ น้ำล้น


สถานการณ์น้ำของเขื่อนภูมิพล ยังไม่คลี่คลายเพราะมวลน้ำมาจากภาคเหนือยังไม่ลด โดยเมื่อวานนี้มีมวลน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำทั้งสิ้น 183 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้เขื่อนยังต้องเปิดประตูระบายน้ำฉุกเฉินทั้งสองบานต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยเหลืออีก 142 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ น้ำจะล้นอ่าง

นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้ประสานทางเขื่อนภูมิพลขอให้พิจารณาลดการระบายน้ำลงจากเดิมที่ระบายวันละ 100 ล้าน ลบ.ม. เพราะน้ำจากแม่น้ำวังไหลมาสมทบในปริมาณมากเป็นประวัติการณ์และไหลลงสู่แม่น้ำปิงช้า เพราะแม่น้ำวังมีระดับต่ำกว่าแม่น้ำปิงจะไปดันน้ำวังให้ไหลช้าลง ทำให้กระแสน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎรใน ต.ยกกระบัตร ต.วังหมัน และ ต.วังจันทร์ ของ อ.สามเงา ส่วนชาวบ้านใน 4 ตำบล คือ ต.ตากออก ต.ตากตก ต.เกาะตะเภา และ ต.สมอโคน อ.บ้านตากได้รับความเดือดร้อนจากน้ำในแม่น้ำปิง 20 หมู่บ้าน ทำให้เดือดร้อนหนักน้ำท่วมสูง 1 เมตร รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ต้องใช้เรือในการขนส่งน้ำดื่มและอาหารให้กับประชาชนในหมู่บ้านต่าง ๆ

ขณะที่คอสะพานก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคงอยู่อีก 2-3 วัน เนื่องจากเขื่อนภูมิพลได้ปล่อยน้ำต่อเนื่องแต่ระดับน้ำเริ่มทรงตัวตอนนี้สถานการณ์ตอนนี้ถือว่ายังรับมือได้

นายศิริชัย แสงสุวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล-ปฏิบัติการทำการแทนผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล เรียกประชุมเจ้าหน้าที่บริหารจัดการน้ำ และเจ้าหน้าที่กองเดินเครื่อง เพื่อหาทางลดการระบายน้ำลง เนื่องจากที่ผ่านมา 3 วัน ได้ระบายน้ำออกมา สร้างความเดือดร้อนผู้อาศัยอยู่ใต้เขื่อนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเตรียมรับมือพายุลูกใหม่ ที่อาจจะส่งผลกระทบกับการกักเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพล

สภาพน้ำท่วม...

“อยุธยา”จมบาดาล-สาย”เอเชีย”อัมพาต


สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเมื่อคืนวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมาพายุฝนได้เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักชนิดไม่ลืมหูลืมตาเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น หลายอำเภอ ทำให้ในช่วงเช้าถนนสายเอเชีย ขาออก ที่จะมุ่งหน้าขึ้นสู่ภาคเหนือ แน่นขนัดไปด้วยรถยนต์นานาชนิด เนื่องจากถนนบางช่วงถูกน้ำท่วมเป็นระยะ ๆ จนต้องเหลือถนนแค่ 2 เลน จาก 3 เลน

ประกอบกับถนนสายเอเชียฝั่งตรงข้าม ขาเข้า ซึ่งถนนเลนซ้ายสุดจะวิ่งไม่ได้เพราะโดนน้ำท่วม เลยทำให้เหลือแค่ 2 เลน รถยนต์ที่จะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ พอเจอข้างหน้าถูกน้ำท่วมสูง คนขับเลยเปลี่ยนใจเลี้ยวหันรถกลับ เลยยิ่งทำให้รถทั้งฝั่งขาเข้ากับขาออกติดขัดยาวหลายกิโล กลายเป็นอัมพาตในทันที

ขณะเดียวกันที่เรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระดับน้ำได้สูงถึง 1 เมตรหรือเท่ากับเอว เจ้าหน้าที่เลยได้เร่งขนย้ายนักโทษจำนวน 1700 คน โดยใช้วิธีใส่กุญแจมือลอยคอออกมาจากเรือนจำทีละ 2 คน เพื่อนำไปส่งยังเรือนจำจังหวัดต่าง ๆ 7 แห่ง โดยมีเจ้าหน้าที่เล็งปืนยาวเพื่อป้องกันไม่ให้นักโทษดำน้ำหนี ซึ่งกว่าจะขนย้ายนักโทษหมดเป็นไปด้วยความทุลักทุเล.

ด้านนายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้ดูแลพื้นที่น้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา วิกฤติหนัก โดยมีบางพื้นที่ที่เป็นของภาคเอกชนหลายจุดที่ค่อนข้างจะไม่ปฏิบัติตามคำเตือนของทางราชการ ดังนั้นจะต้องเร่งรัดให้มีการเสริมแนวป้องกันให้สูงขึ้น เพราะอีก 50 เซนติเมตรก็ไม่ปลอดภัยแล้วต้องเสริมเป็นเมตร อาทิ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค บางปะอิน และโรจนะ รวมทั้งนวนครด้วย เพื่อจะได้ไม่เกินปัญหาเหมือนนิคมอุตสาหกรรมสหนวนคร ซึ่งตอนนี้ได้มีการเตือนภัยไปแล้ว

รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้สั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมมาตรการอพยพ ขณะเดียวกันทางภาคเอกชน คือ นายชาตรี พูนคุปวาณิชย์ ซึ่งเป็นเพื่อนของตนได้จัดอาคารพาณิชย์จำนวน 100 คูหาจะคนได้ประมาณ 1,000 ครอบครัว บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนได้อาศัย ขณะเดียวกันได้ให้ใช้พื้นที่ตลาดบริเวณสี่แยกวัดพยาธิ เป็นจุดดูแลอาหารสดเพื่อปรุงอาหารให้ประชาชนรับประทาน

นายวิทยา กล่าวด้วยว่า ผลกระทบจากน้ำท่วมขณะนี้ได้รับรายงานว่า ที่ อ.บางปะหัน น้ำท่วมสูงจากพื้น 30-40 เซนติเมตร และเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร ไม่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้ จึงจำเป็นต้องปิดให้บริการผู้ป่วยนอก ฉุกเฉิน และผู้ป่วยในชั่วครว โดยได้มีการย้ายผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวอยู่ใน รพ. 17 รายไปรักษาต่อที่ รพ.อื่น อย่างไรก็ตามได้ระดมหน่วยแพทย์จาก รพ.วชิระภูเก็ตจำนวน 2 ทีมไปตั้ง รพ.สนาม 2 แห่ง ที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ระหว่าง รพ.บางประหันกับทางเข้าที่ว่าการอำเภอบางปะหันและจุดที่ 2 ต.บางขวาง อ.มหาราช

ขณะที่นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กนอ. ได้แจ้งเตือนผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และนิคมฯ บ้านหว้า (ไฮเทค) จ.พระนครศรีอยุธยา ให้เตรียมความพร้อมรับมือกับภัยน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากทั้งสองนิคมฯ ที่มีโรงงาน 233 ราย มูลค่าลงทุนรวม 125,312 ล้านบาท จ้างงานรวม 111,186 คน อยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง เพราะระดับน้ำขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว แต่น้ำยังไม่สามารถเข้าในพื้นที่นิคมฯหลังจากผู้เกี่ยวข้องมีการป้องกันอย่างเต็มที่

สำหรับนิคมฯ บางปะอิน เป็นนิคมฯ ร่วมดำเนินงานระหว่าง กนอ. กับบริษัทที่ดินบางปะอิน จำกัด เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2532 ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.บางปะอิน พื้นที่โครงการรวม 1,962 ไร่ ซึ่งมีโรงงานทั้งสิ้น 90 ราย จำนวนแรงงานทั้งหมด 60,000 คน มูลค่าลงทุน 60,000 ล้านบาท ประเภทอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์,อุตสาหกรรมยาง พลาสติก เป็นต้น

ส่วนนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) เป็นนิคมฯ ร่วมดำเนินงานระหว่าง กนอ. กับบริษัท ไทยอินดัสเตรียลเอสเตท จำกัด เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2532 ตั้งอยู่บริเวณถนนสายเอเซีย-นครสวรรค์ อ.บางปะอิน พื้นที่โครงการรวม 2,379 ไร่ มีโรงงานทั้งหมด 143 ราย มีแรงงานทั้งสิ้น 51,186 คน มูลค่าลงทุน 65,312 ล้านบาท ประเภทอุตสาหกรรมประเภทอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์, อุตสาหกรรมยาง พลาสติก เป็นต้น

“สถานการณ์น้ำท่วมเฉียบพลันในพื้นที่นิคมฯ สหรัตนนคร ซึ่งน้ำเริ่มเข้าท่วมภายในนิคมฯ ตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำท่วมสูงในพื้นที่ 2-3 เมตร โรงงานในพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 43 ราย ประมาณการณ์มูลค่าความเสียหายในพื้นที่กว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ผู้ประกอบการต้องปิดโรงงานก่อน 5 วัน หรือจนกว่าปริมาณน้ำจะลดลง” นางมณฑา กล่าว

ทั้งนี้นิคมฯ สหรัตนนคร เป็นนิคมฯ ร่วมดำเนินงานระหว่าง กนอ. กับบริษัท สหรัตตนนคร จำกัด เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 37 ตั้งอยู่อำเภอนครหลวง พื้นที่โครงการรวม 2,050 ไร่ พัฒนาในระยะแรก 1,441 ไร่ ซึ่งมีโรงงานทั้งสิ้น 43 ราย จำนวนแรงงานทั้งสิ้น 14,696 คน มูลค่าการลงทุน 9,472 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป้นประเภทอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์, อุตสาหกรรมยาง พลาสติก เครื่องหนัง เครื่องแต่งกาย เป็นต้น สัดส่วนการลงทุน ญี่ปุ่น 70% ไทย 20% และอื่น ๆ 10%

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ต.ค. ทางด้านกองบินตำรวจได้นำถุงยังชีพขึ้นเฮลิคอปเตอร์จากกองบินตำรวจรามอินทรา เพื่อนำสิ่งของช่วยเหลือไปให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่เทือกเขาสมอคอ ตำบลเขาสมอคอ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี โดยมีประชาชนทยอยมารับของกันอย่างต่อเนื่อง.