วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สถานประกอบการ 45 แห่ง อ้าแขนรับแรงงานกรุงเก่า 9 พันคน


     วันนี้ (11 ต.ค. ) นายสุเมธ มโหสถ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน ที่จะมีมาตรการให้สถานประกอบการที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมสามารถยืมแรง งานจากสถานประกอบการที่ประสบปัญหาน้ำท่วมได้ เพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบให้มีรายได้ โดยได้มีการประชุมร่วมกับสถานประกอบการทั้ง 60 แห่ง ที่ จ.ชลบุรี ซึ่งมีสถานประกอบการกว่า 45 แห่ง ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ปราจีน ฉะเชิงเทรา พร้อมเข้าร่วมโครงการ โดยมีความต้องการแรงงานกว่า 8,824 อัตรา
       โดยทางกรมการจัดหางานจะ ประสานฝ่ายบุคคลของสถานประกอบการที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ที่ จ.อยุธยา เพื่อเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเป็นระบบ โดยประเภทกิจการและตำแหน่งงานว่างดังนี้ 1.ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ 2,567 อัตรา 2. แปรรูปสเตนเลสเหล็ก 57 อัตรา 3.ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ 20 อัตรา 4.อาหาร/บะหมี่ 370 อัตรา 5.คลังสินค้า/Logistic 365 อัตรา 6.ผลิตภัณฑ์กล่องกระดาษ/สเปรย์ 40 อัตรา 7.รับเหมาแรงงาน 3,150 อัตรา 8.ผลิตภัณฑ์พลาสติก 464 อัตรา 9.เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเลกทรอนิกส์ 1,050 อัตรา 10.เคมีภัณฑ์ 13 อัตรา 11.วัสดุก่อสร้าง 16 อัตรา 12.เครื่องฉีดพลาสติก 311 อัตรา 13.ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป 100 อัตรา 14.ค้าปลีก 75 อัตรา 15.ดูแลอสังหาริมทรัพย์ 155 อัตรา
   
       ทั้งนี้ หากแรงงานต้องการหาตำแหน่งงานเอง ทางข้อมูลจากกองวิจัยแรงงาน กรมการจัดหางาน ระบุข้อมูลตำแหน่งงานว่าง ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2554 ว่า ทั่วประเทศมีจำนวนตำแหน่งงานว่างทั้งหมด 55,130 อัตรา โดยไม่รวม 6 จังหวัด ที่ประสบภัย ได้แก่ ชัยนาท อ่างทอง อยุธยา ลพบุรี สิงหบุรี นครสวรรค์ สามารถติดต่อได้ที่กองพัฒนาระบบบริการจัดหางาน 0-2245 -1693 และสามารถติดต่อจัดหางานใน 4 จังหวัดได้แก่ ชลบุรี 038-398054 ระยอง 038-694022-8 ปราจีน 037-454021-3 ฉะเชิงเทรา 038-515-034
   
       วันเดียวกัน วันนี้ (11 ต.ค.) นายอาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้มี 4 บริษัทในจังหวัดปทุมธานี คือ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ทอสเท็มไทย จำกัด บริษัท โตมิ จำกัด และบริษัทในเครือเซนทาโก แจ้งว่า พร้อมเข้าร่วมโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน ในการเคลื่อนย้ายแรงงานจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปทำงานชั่วคราว ระหว่างรอโรงงานเปิดกิจการ โดยไม่จำกัดจำนวน ซึ่งโครงการนี้คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้หลังน้ำลด
   
       ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่สามารถทำได้ทันทีนั้น เนื่องจากระดับน้ำยังสูง จึงยากต่อการทำข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง รวมไปถึงปัญหาในการเดินทางไปทำงาน แต่อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับนายจ้างในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเรื่องของค่าจ้าง ซึ่งได้รับการยืนยันว่า ช่วง 1-2 เดือนนี้ นายจ้างยังช่วยจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างอยู่ ส่วนในการโอนย้ายคนงานตามโครงการนี้นายจ้างส่วนใหญ่เห็นด้วย
   
       สายด่วน สปส.ขอความช่วยเหลือพุ่ง
   
       นายจีระศักดิ์ สุคนธชาติ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 7-10 ตุลาคม ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคมได้เพิ่มบริการในการสอบถามข้อมูลและประสานความช่วยเหลือ ให้กับผู้ใช้แรงงาน และสถานประกอบการที่ประสบอุทกภัย ผ่านสายด่วน 1506 ล่าสุด มีผู้ใช้แรงงานและสถานประกอบการโทรมาขอความช่วยเหลือ จำนวน 84 สาย
   
       ทั้งนี้ ส่วนใหญ่จะสอบถามเรื่องสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล มาตรการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานของสำนักงานประกันสังคมสำหรับโรงงานที่ถูกน้ำ ท่วม รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆที่จะได้รับหากถูกเลิกจ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้รับเรื่อง เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ
   
       อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่สถานการณ์อุทกภัยรุนแรงขึ้น มีผู้ประกันตน เจ้าของสถานประกอบการและประชาชน โทร.เข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 50 ซึ่งส่วนใหญ่จะโทร.เข้ามาในช่วงเวลา 12.00-24.00 น.ขณะที่มาตรการช่วยเหลือ ณ ขณะนี้ สำนักงานประกันสังคม ได้เสนอมาตรการลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป
   
       เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวอีกว่า สำหรับ ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยในพื้นที่ประสบอุทกภัย สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลคู่สัญญาทุกแห่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ หากผู้ประกันตนประสบปัญหาขอให้ติดต่อขอรับการช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง

หนุ่มมือด้วนยิงขาใหญ่นครปฐมเจ็บสาหัส


 เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวข่าวสดรายงานว่า ร.ต.ท.ตรงศักดิ์ ค้าข้าว ร้อยเวร สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งมีผู้ถูกยิงบาดเจ็บและเข้ามารักษาตัวที่ ร.พ.นครปฐม จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก. พ.ต.ท.ตรัยฤกษ์ ปัญญาไตรรัตน์ รองผกก.ป. และพบผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ นายธงชาติ แสงโสม อายุ 28 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าด้านหลัง 2 แผล หน้าท้อง 1 แผล และรักแร้ซ้าย 2 แผล อาการสาหัส แพทย์ต้องนำเข้าห้องผ่าตัดช่วยชีวิต

 สอบสวนเพื่อนผู้บาดเจ็บทราบว่า ถูกยิงมาจากหน้าร้านเกมส์อินเตอร์เน็ต โมจิ ถนน 25 มกรา ข้างสวนหย่อมหน้ามูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ส่วนมือปืนผู้ก่อเหตุคือ นายธงชาติ หรือฉายา‘วัฒน์ด้วน’ เพราะมือขวาด้วนไม่มีนิ้วมือตั้งแต่ข้อมือ เป็นลูกชายร้านขายราดหน้าในตลาดองค์พระปฐมเจดีย์ หลังก่อเหตุได้ซ้อนท้ายจักรยานยนต์หลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านเกมส์อินเตอร์เน็ตพบ ภาพกลุ่มของนายธงชาติ พร้อมพวกทั้งวัยรุ่นชายหญิง ทอมและกระเทย รวม 12 คน ขี่รถจักยานยนต์มาที่หน้าร้านเกมส์ ขณะนั้นมีนายวัฒน์ด้วน และเพื่อน 4-5 คน ยืนคุยกันอยู่หน้าร้านเกมส์ จากนั้นกลุ่มของนายธงชาติขี่รถวนมาหน้าร้านเกมส์และลงมาใช้มีดไล่ฟันและรุม ทำร้ายกลุ่มนายวัฒน์ด้วน ขณะกำลังชุลมุนตะลุมบอลกันอยู่นั้น นายวัฒน์ด้วนจึงชักอาวุธปืนที่พกอยู่ยิงใส่นายธงชาติไป 3 นัด จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่นายวัฒน์ด้วนจะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

หนุ่มดวงซวง ผึ้งกว่า100 ตัว รุมต่อยตาย



วันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งคนถูกผึ้งต่อยตายไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลมหาราช สอบถามนายฉลวย นนกระโทก อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/1 หมู่ที่ 8 ต.ละลมใหม่พัฒนา อ.โชคชัย จ. นครราชสีมา พ่อตาของนายสุเมธ ปล่องกระโทก อายุ 27  ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 8 ต.ละลมใหม่พัฒนา ผู้ตาย เล่าว่า เกิดเหตุเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ต.ค. ตนพร้อมเพื่อนบ้านจะไปตีผึ่งใหญ่ ที่ไร่มันสำปะหลังห่างจากหมู่บ้านไป 300 เมตร เพื่อเอาน้ำหวานมาเป็นส่วนผสมในการกวนข้าวทิพย์ให้พระมหาไถ ถามวโร เจ้าอาวาสวัดกุดจอกใหญ่ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 ต.ค.นี้ จึงเอ่ยชวนผู้ตาย ขณะที่ตนขึ้นไปบนตนไม้ นายสุเมธ อยู่ข้างล้าง รังผึ้งได้ตกลงมาผึ้งรุ่มต่อยนายสุเมธกว่า 100 ตัว โดยไม่ยอมต่อยคนอื่นๆ กระทั้งนายสุเมธ หลบเข้าไปในหน้ารถกระบะ และบอกกับเพื่อนๆ ว่าไม่ไหวให้นำส่งร.พ. และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ตำรวจนนท์โชว์จับแก๊งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ลักลอบค้ายาบ้า ยึดของกลางกว่า 5 พันเม็ด ยาไอซ์อีกเพียบ



    วันนี้ (8 ต.ค.) เมื่อเวลา 12.00 น. ที่สภ.บางบัวทอง พ.ต.อ.อภิชาต เรือนทิพย์ รักษาการ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.โสภณ พึงไชย ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.ไพบูลย์ พรหมแก้ว สวป.สภ.บางบัวทอง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.บางบัวทอง จับกุมผู้ต้องหาลักลอบค้ายาเสพติดได้จำนวน 4 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 5,040 เม็ด และยาไอซ์ จำนวน 98.19 กรัม
      
       ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 54 เวลาประมาณ 20.00 น. พ.ต.ท.ไพบูลย์ พรหมแก้ว สวป.สภ.บางบัวทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.บางบัวทอง ได้จับกุมนายสราวุธ ผลสวัสดิ์ อายุ 43 ปี ได้ของกลางเป็นยาไอซ์ 0.79 กรัม ผู้ต้องหาที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอบางบัวทองกับ อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี แล้วขยายผลต่อจนได้ผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 ราย ผู้ต้องหารายที่ 1 คือ นายก้อย หรือต้อม เรืองพิกุล อายุ 33 ปี ได้ของกลางยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด และยาไอซ์ จำนวน 8.15 กรัม ผู้ต้องหารายที่ 2 นายวิวรรธน์ หรือจ้ำ เนื่องชัยยศ อายุ 30 ปี ได้ของกลางยาบ้าจำนวน 2,030 เม็ด และยาไอซ์ จำนวน 69.00 กรัม และหนึ่งในนั้นมีผู้ต้องหารายสำคัญมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี คือนายสุรเชน หรืออุ้ย ถมทรัพย์ อายุ 29 ปี ได้ของกลางยาบ้า จำนวน 1,010 เม็ด และยาไอซ์จำนวน 20.25 กรัม
      
       เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) และยาไอซ์ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชาวบ้านสุโขทัยบางหมู่บ้านสุดลำเค็ญ

 

  สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันตกของ อ.เมือง จ.สุโขทัย จนถึงวันนี้ (9 ต.ค.) ทั้งชาวบ้านและผู้ประกอบกิจการต่างๆ ยังคงได้รับความเดือดร้อนหนัก ส่วนถนนจรดวิถีถ่อง ตั้งแต่สี่แยกคลองโพธิ์ ไปจนถึงหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี รวมระยะทาง 6 กิโลเมตร ถูกน้ำท่วมสูง 80 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้
      
       ขณะที่ผู้ป่วยและประชาชนผู้ใช้บริการ รวมทั้งแพทย์และพยาบาล ที่ต้องเดินทางเข้าออกโรงพยาบาลสุโขทัย ต่างก็ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะการสัญจรไม่สะดวก และใช้เวลานานกว่าจะเดินทางถึง
      
       สำหรับชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 12 บ้านโพธิ์ทองพัฒนา 1 ต.บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งถูกน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร จนเกือบมิดหลังคาบ้านนั้น กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ทำให้ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องพายเรือออกเก็บผักบุ้ง และผักกระเฉดมาต้มกินแทน
      
       น.ส.เมทินี วีระชาติ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 กล่าวว่า หมู่บ้านนี้มี 34 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมขังมานาน 5 เดือนแล้ว ตอนนี้ชาวบ้านต้องการข้าวสารและน้ำดื่มอย่างมาก เพราะที่ได้รับแจกก่อนหน้านี้รวม 3 ครั้ง หมดไปแล้ว
      
       “หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลบ้านกล้วยใกล้ตัวเมือง สุโขทัย แต่ไม่มีน้ำประปาใช้ ชาวบ้านต้องอาศัยน้ำคลองแกว่งสารส้มไว้กิน แถมยังตกสำรวจเงินช่วยเหลือน้ำท่วม รายละ 5,000 บาท โดยชาวบ้านเพิ่งจะมีรายชื่อได้รับเงินในรอบที่ 3 นี่เอง”
      
       น.ส.เมทินีบอกว่า มีชาวบ้านหลายครอบครัวต้องย้ายไปนอนที่สถานีขนส่งสุโขทัย ส่วนคนที่ไม่ยอมย้ายออกไป ก็ต้องเสี่ยงกับตะขาบยักษ์ และงูพิษต่างๆ จำนวนมาก ที่หนีน้ำมาซุกซ่อนอยู่ในบ้าน และตนเองก็เพิ่งจะโดนตะขาบยักษ์กัดจนเกือบตาย ขณะที่กำลังช่วยชาวบ้านย้ายของหนีน้ำ
      
       ด้าน น.ส.จิตติมา สุขผลิน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย กล่าวถึงผลกระทบจากน้ำท่วมว่า มีนักท่องเที่ยวชาวไทยลดลง 40 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 20,000 กว่าคน ทำให้ต้องสูญรายได้ไปประมาณ 20 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นเพราะข่าวน้ำท่วมสุโขทัยที่ถูกเผยแพร่ออกไปตามสื่อต่างๆ ทำให้นักท่องเที่ยวหยุดเดินทางมา
      
       สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับผลกระทบน้อยมาก และยังถือว่าโชคดี แม้เส้นทางหลักถูกน้ำท่วม แต่ก็ยังมีเส้นทางเลี่ยงที่ใช้เดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้

กทม.สั่งทุกเขตเตรียมแผนอพยพรับสถานการณ์น้ำท่วมฉุกเฉิน โดยเฉพาะพื้นที่เสียงฝั่งตะวันออก หลังน้ำเหนือจ่อเข้ากรุง 16-18 ต.ค.นี้



8 ต.ค. ภายหลังจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เรียกประชุมผู้บริหาร และผู้อำนวยการเขตต่างๆ  ในการเตรียมแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร และเตรียมแผนอพยพประชาชน เนื่องจากในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค. ตามการคาดหมายจะมีน้ำทะเลสูง บวกกับมีน้ำปริมาณมากลงมาจากทางเหนือ รวมถึงการเตรียมเยียวยาฟื้นฟูผู้ประสพภัยหลังปัญหาน้ำท่วม

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจ และแก้ไขเพิ่มเติมในแผนอพยพ โดยในช่วงการอพยพจะมีการดูแลเรื่องอาหารที่นอน สัตว์เลี้ยง รวมถึงเครื่องนุ่งห่มให้ประชาชน รวมถึงจะมีการเยียวยาฟื้นฟูหลังปัญหาน้ำท่วมได้สิ้นสุดลง ซึ่งก็หวังว่าแผนอพยพที่ได้เตรียมไว้จะไม่ถูกนำมาใช้ แต่แผนอพยพต้องมีอยู่ในมือเช่นเดียวกับเวลาออกจากบ้าน ถ้ามีร่มอยู่ในมือหากมีฝนตกก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้มีร่มอยู่ในมือไว้ก่อน 
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ส่วนข่าวลือที่ออกมาต่างๆ ว่าน้ำจะท่วมกทม. ก็เกรงว่าประชาชนจะแตกตื่น เพราะยังมีการแจ้งเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมผ่านทางทวิตเตอร์ ซึ่งคลาดเคลื่อนออกไป จึงขอให้ทุกฝ่ายตรวจสอบสถานการณ์ให้รอบด้านที่สุด โดยยืนยันว่าขณะนี้กทม.ยังถือว่า อยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ และจะมีการแถลงข่าวสรุปสถานการณ์น้ำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง ขณะเดียวกันจะมีสายด่วน 1555 และ 02-245-5115 สำหรับให้ประชาชนโทรมาแจ้งเรื่องร้องเรียนที่ศูนย์ของกทม.ได้ทันที
สำหรับหลักเกณฑ์การอพยพ อาจจะต้องพิจารณาจาก 1.หากสถานการณ์เสี่ยงต่อชีวิตจะต้องมีการอพยพคนออกมาทันที  2.ถ้าสถานการณ์ทำให้ประชาชน ไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติได้ หรือน้ำท่วมในระดับที่สูงก็ต้องมีการอพยพในทันทีเช่นกัน ทั้งนี้การอพยพประชาชนจะเน้นในพื้นที่เสี่ยงภัย ทางกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก อาทิ เขตมีนบุรี หนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง เป็นต้น จากนั้นจะมีการขยายวงในการดูแลพื้่นที่อื่นให้ครอบคลุม 

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เปิด 15 จุดเสี่ยงน้ำท่วม พื้นที่ กทม.ชั้นใน

ผอ.สำนักการระบายน้ำ กทม. เผยจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก 15 แห่ง ถ้า น้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน ก็เสี่ยงจะเกิดน้ำท่วมได้ 

เมื่อวันที่ 8 ต.ค.นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพ มหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่ชั้นใน กทม.จากการสำรวจพบว่า มี 15 พื้นที่เป็นจุดอ่อนและเสี่ยงต่อน้ำท่วม ถ้า 3 น้ำมาพร้อมกัน ทั้งน้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน ก็เสี่ยงจะเกิดน้ำท่วมได้ เพราะกรุงเทพฯเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ง่ายต่อน้ำท่วมขัง ได้แก่ 1)เขตสาทร ย่านถนนจันทร์ เซนต์หลุยส์ สาธุประดิษฐ์ 2)เขตพญาไท ถนนพหลโยธิน ช่วงคลองสามเสน-คลองบางซื่อ 3)เขตพระโขนง ถนนสุขุมวิท จากคลองพระโขนง-ซอยลาซาล 4)เขตวัฒนา ซอยสุขุมวิท 39 และ 49 5)เขตวังทองหลาง ถนนลาดพร้าว จากคลองลาดพร้าว-ห้างเดอะมอลล์ 6)เขตบึงกุ่ม ถนนนวมินทร์ จากคลองดอนอีกา-แยกถนนประเสริฐมนูกิจทั้งสองฝั่ง
7)เขตดินแดง ถนนรัชดาภิเษก หน้าห้างโรบินสัน 8)เขตจตุจักร ถนนรัชดาภิเษก แยกลาดพร้าว 9)เขตราชเทวี ถนนเพชรบุรี จากถนนบรรทัดทอง-แยกราชเทวี 10)เขตราชเทวี ถนนนิคมมักกะสัน 11)เขตราชเทวี ถนนพระรามที่ 6 หน้าตลาดประแจจีน 12)เขตบางแค ถนนเพชรเกษม ซอย 63 (ซอยวัดม่วง) 13)เขตยานนาวา ถนนเย็นอากาศ จากถนนนางลิ้นจี่- ซอยศรีบำเพ็ญ 14)เขตประเวศ ถนน ศรีนครินทร์ ช่วงคลองตาสาด-คลองตาช้าง และ 15)เขตพระนคร ถนนสนามไชยและถนนมหาราช 
นายสัญญา กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน กทม.เตรียมรับมือเต็มที่ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ช.ม. ล่าสุดซื้อกระสอบทรายเพิ่มอีก 1.5 ล้านถุง เพราะทุกเขตขอเข้ามา นอกจากนี้ยังได้ขุดลอกคลองให้ระบายน้ำได้เร็วขึ้น ดูแลประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ สถานีสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับกรมชลประทานช่วยบริหารจัดการน้ำผ่านคลองและอุโมงค์ลงสู่ทะเล 
"ถ้าน้ำมามากเกิน คนกรุงต้องยอมรับสภาพ ซึ่งปริมาณน้ำฝน กทม.รับมือได้เต็มที่ 1,500-1,600 ลบ.เมตรต่อวินาที ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยารับได้ 3,000-3,500 ลบ.เมตรต่อวินาที" นายสัญญา กล่าว