วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ฆาตกรรมโหด3พี่น้องเศรษฐีที่ดินเมืองจันท์
วันนี้ (12 พ.ค.) พ.ต.ท.สมาน ไชยชาญ สารวัตรเวร สภ.นายายอาม จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายบริเวณหมู่ 6 ต.นายายอาม จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชาติ ไชยบุญเรือง ผกก. รุดไปที่เกิดเหตุ พบรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ผบ 2245 ชลบุรี จอดอยู่ข้างทาง ตรวจสอบภายในรถพบผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ศพ ทราบชื่อคือ นายสมบูรณ์ ทักษ์สินา อายุ 47 ปี คนขับ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ศีรษะ 1 นัด และถูกของมีคมฟันที่ใบหน้าเป็นแผลลึก น.ส.สมทรง ทักษ์สินา อายุ 53 ปี ถูกยิงเข้าที่แก้มขวา 1 นัด และนางพจมาน ทักษ์สินา อายุ 57 ปี ถูกยิงที่กกหู 1 นัด ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นพี่น้องกัน อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 6 ต.นายายอาม
ในที่เกิดเหตุยังพบมีดสปาต้าเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 เล่ม แหวนทอง 1 วง แหวนพลอย 1 วง และเศษเลสข้อมือที่ขาดตกอยู่ 1 เส้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน ประกอบด้วย เงินสดกว่า 4 แสนบาท แหวนทอง 3 วงที่ผู้ตายสวมใส่อยู่ สร้อยคอทองคำน้ำหนักรวมกัน 5 บาท และพระเครื่องกว่า 100 องค์
เจ้าหน้าที่ประมวลเหตุการณ์คาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และได้มีการนัดผู้ตายมาเจรจาเพื่อตกลงอะไรกันบ้างอย่าง หลังจากจอดรถพูดคุยกันแล้วปรากฏว่าตกลงกันไม่ได้ คนร้ายจึงใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิง 3 พี่น้องจนเสียชีวิต แล้วชิงเอาเงินสดจำนวนกว่า 5 ล้านบาท ที่ผู้ตายเพิ่งได้จากการขายที่ดินหลบหนีไป ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็นการสังหารโหด 3 พี่น้องไว้ 3 ประเด็นคือ ความขัดแย้งเรื่องค่านายหน้าขายที่ดิน เนื่องจากผู้ตายทั้ง 3 คนเป็นผู้มีฐานะดี มีที่ดินรวมกันหลาย 100 ไร่ และล่าสุดก็เพิ่งจะขายที่ดินได้เงินมาประมาณ 6 ล้านบาท
ประเด็นที่สอง เรื่องการพนันเนื่องจากผู้ตายพึ่งได้เงินจากการไปเล่นการพนันมากว่า 2 แสนบาท และเรื่องธุรกิจเซียนพระเพราะผู้ตายสะสมพระเครื่องและมีพระดังหลายองค์ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจให้น้ำหนักไปที่เรื่องความขัดแย้งค่านายหน้าค้าที่ดินมากที่สุด ล่าสุด พ.ต.อ.อภิชาติ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว และหาเบาะแสของคนร้ายและเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เพราะถือว่าเป็นคดีอุฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน.
วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
เรารักในหลวง...พระองค์ท่านทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน.
ใครก็ตาม ... ที่ต้องการริดรอนพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์โดยแก้กฎหมายมาตรา 112
เช่นต่อไปใครหมิ่น ประชาชนแจ้งความกล่าวโทษมิได้ ห้ามพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสกับประชาชนมิได้
ขอบอกว่าพวกคุณที่คิดจะแก้กฎหมายนี้ พระองค์ท่านทรงทำอะไรผิดต่อประสกนิกรชาวไทย ...
ถ้าไม่มีเหตุผลที่ชอบธรรมก็ควรถอนตัว
ทุกคนต้องร่วมกันให้ข้อมูลให้กับประชาชนเพื่อความมั่นคงของชาติไทย.
"หลักของกฎหมาย ความไม่รู้ไม่เป็นข้ออ้าง"
ความผิดข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (มาตรา 112)
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ บัญญัติไว้ว่า "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี"
ไม่ว่าจะกระทำภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรไทย ก็ต้องรับโทษในราชอาณาจักร เพราะเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 7) ซึ่งชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ภายนอกราชอาณาจักรก็สามารถกระทำผิดได้ และหากเดินทางเข้ามาในประเทศไทยก็อาจถูกจับและดำเนินคดีภายใต้กฎหมายไทย เมื่อเกิดเหตุหมิ่นขึ้น ประชาชนทุกคนสามารถเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดได้
คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมีอายุความสิบห้าปี ซึ่งหมายความว่าจะฟ้องร้องต่อศาลเมื่อใดก็ได้ภายหลังวันกระทำความผิดไปแล้วเป็นเวลาสิบห้าปี
ตัวอย่าง
คดีแดงที่ 1294/2521 : ไม่เคารพเพลงสรรเสริญ พิพากษาจำคุกสองปี
ยกเค้าบ้านนายกเล็กกวาดทรัพย์กว่า 20 ล้าน
จากการสอบสวนนางเกียง บริสุทธิ์ อายุ 60 ปีเจ้าของบ้านให้การว่าตนเป็นภรรยาอดีตนายกเทศบาลตำบลกระจัน หลังจากสามีเสียชีวิต ลูกชายคนเล็กได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกเทศบาลแทนบิดา โดยครอบครัวตนประกอบธุรกิจหลายอย่าง ก่อนเกิดเหตุตน นอนพักอยู่ที่ห้องชั้นล่างกับหลานส่วนลูกชายคนเล็ก นอนอยู่ชั้นบน ส่วนตู้เซฟ นั้นตั้งอยู่ใต้บันไดทางขึ้นชั้นสองภายในตู้เซฟตนเก็บทองรูปพรรณ และเครื่องเพชรที่สะสมมากว่า 30 ปีส่วนเงินสดประมาณ 2 ล้านบาทนั้นแยกเก็บไว้ในตู้เหล็ก อยู่ที่ชั้นล่าง ขณะที่ทุกคนในบ้านกำลังนอนหลับได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนงัดประตูหลังบ้านเข้ามาใช้เครื่องมือไฟฟ้าตัดประตูตู้เซฟแล้วขโมยทั้งเงินสดทองรูปพรรณ เครื่องเพชรมูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาทหลบหนีไป
นายเสนีย์ บริสุทธิ์ กำนันตำบลกระจัน บุตรชายของนางเกียง กล่าวว่าก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมามารดาได้ปรึกษากับตนว่าหลังจากที่บิดา ซึ่งเป็นอดีตนายกเทศบาล ได้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 7 เดือนก็จะมีการเคลียร์หนี้ที่มีอยู่กับธนาคารประมาณ 10 กว่าล้านจากนั้นก็จะนำทรัพย์สินต่างๆที่มีอยู่มาแบ่งให้กับลูกซึ่งทรัพย์สินส่วนมากที่มีก็จะเป็นที่ดิน ทองรูปพรรณต่างๆ แต่ยังไม่ทันได้ดำเนินการก็มาเกิดเหตุขึ้นก่อน ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นตนคิดว่าต้องเป็นคนที่สนิทกับครอบครัวตนมากแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร
ทางด้าน พ.ต.อ.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ รอง ผบก.ภจ.สุพรรณบุรี กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าที่บ้านหลังนี้มีคนพักอยู่เพียงไม่กี่คนและคนที่อยู่ในบ้านก็เป็นคนในและคาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุต้องได้รับความร่วมมือกับคนในที่รู้ที่เก็บซ่อนทรัพย์สิน และคนร้ายที่ลงมือครั้งนี้มีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเพราะมีการสวมถุงมือป้องกันการทิ้งหลักฐาน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสืบสวนหาเบาะแสและหลักฐานเพื่อติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป.
ม่ายสาวอดีตเมียนายกเล็กโร่แจ้ง ตร. ถูกประธาน กต.ตร.สภ.โพธารามบุกฉุดถึงบ้านกลางวันแสกๆ
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 12 พฤษภาคม น.ส.วันเพ็ญ เหรียญจือ อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 129 ม.9 ต.ดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต.อภิชาติ ทรัพย์ส่งเสริม พนักงานสอบสวน สภ.โพธาราม ว่า ถูกนายชิษนุพงษ์ ปานอำพันธ์ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการ กต.ตร.สภ.โพธาราม พาพวกอีก 3 คนพร้อมอาวุธปืน บุกไปที่บ้านและพยายามจะฉุดตนขึ้นรถไปด้วย พ่อและญาติๆ ได้เข้ามาช่วยจึงรอดมาได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินคดีให้ด้วย
น.ส.วันเพ็ญ ได้เล่ารายละเอียด ก่อนเกิดเหตุ นายชิษนุพงษ์ พร้อมพวก ได้ขับรถกระบะสี่ประตูยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีบรอนด์ ทะเบียน 2365 กาญจนบุรี มาที่บ้านบอกว่าจะติดต่อลูกค้าซื้อขายหมูให้ และให้ออกไปข้างนอก แต่ตนไม่ยอมไปด้วย ขณะที่กำลังจะไปส่งนายชิษนุพงษ์ ขึ้นรถ พวกที่มาด้วยอีก 2 คน ก็เดินอ้อมมาด้านหลังและหิ้วปีกดันให้ขึ้นรถ ตนดิ้นสุดฤทธิ์ไม่ยอมขึ้น พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือ นายชิษนุพงษ์จึงเข้ามาช่วยผลักดันให้เข้ารถ ขณะที่นายชิษนุพงษ์ใช้มือดันที่หน้าตนจึงใช้ปากกัดอุตลุดโดนที่นิ้วเลือดสาด นายสี เหรียญจือ อายุ 73 ปี บิดาได้ยินเสียงร้องจึงออกมาและเข้าไปช่วยลูกสาว จึงถูกถีบจนล้มลง แต่ก็พยายามกอดเอาไว้จึงถูกถีบอีกหลายครั้งจนบาดเจ็บ จากนั้นกลุ่มนายชิษนุพงษ์ยังได้เอาปืนออกมาขู่ไม่ให้ญาติเข้ามาช่วย จากนั้นก็ขับรถออกจากบ้านไป
หลังแจ้งความ พนักงานสอบสวนได้พา น.ส.วันเพ็ญ ฯ ไปทำแผนประกอบคำให้การที่บริเวณหน้าที่เกิดเหตุ ท่ามกลางชาวบ้านมามุงดูจำนวนมาก พร้อมกันนั้นก็จะได้ออกหมายเรียกตัวนายชิษนุพงษ์ ประธาน กต.ตร. มาให้ปากคำต่อไป
สำหรับนายชิษนุพงษ์ เป็นเพื่อนสนิทกับนาบอำพร เตียงเกตุ อดีตนายกเทศบาลตำบลบ้านฆ้อง สามีของ น.ส.วันเพ็ญ ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา น.ส.วันเพ๊ญ จึงต้องตกพุ่มม่ายแต่ยังสาว ประกอบอาชีพการค้าสุกรขนาดใหญ่ของอำเภอโพธาราม ซึ่งทางนายชิษนุพงษ์เพื่อนรักสามีก็พยายามที่จะหาลูกค้ามาให้เป็นประจำ เพื่อสร้างความสนิทสนมสัมพันธ์ที่ดีด้วย จนกระทั่งมาเกิดเหตุไม่คาดคิด เพื่อนรักสามีพาพวกบุกมาฉุดถึงบ้านกลางวันแสกๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


