วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

ภาพเป็นข่าว...

ข่าวด่วน.
5 ก.ย. เวลา 17.30 น. ตำรวจปราบจราจล 5 กองร้อยประมาณ 750 คนลุยทุบตีประชาชนชาวสวนยางที่ จุดบางสะพาน จ. ประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุดตำรวจได้อุ้มแกนนำหายตัวไป...เวลาขณะนี้ชาวบ้านไม่พอใจตำรวจ ได้ทยอยออกมาเพิ่มจำนวนมาก ส่วนการประชุมที่รัฐสภาไม่สามารถตกลงการประชุมต่อเรื่องถามตอบกระทู้สดปัญหาชาวสวนยาง ส่วนนายกรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลไม่ยอมข้อเรียกร้องรับการประกันราคายางที่ก.ก.ละ 102 บาท 

ย่านอ้ายบ่ฮัก

ร้องเรียน...นายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ

ส่งสาสน์ถึง...นายกรัฐมนตรี ป้าปู 1. ทำไมไม่ลงมาดูแลชาวสวนยางภาคใต้ที่เดือดร้อน 2. จะมาชดเชยเป็นค่าปุํย 1260 บาท สำหรับชาวสวนยางนั้นมันไม่ตรงปัญหา 3. โจทย์ให้ช่วยยาง ก.ก. ละ 120 บาท พวกขึ้นไปเจรจาที่ กทม. บอกเหลือ 102 บาท 4. พอมาเป็นข่าว ผู้ที่เจรจาฝ่ายรัฐบาลกลับไม่มีอำนาจตัดสินใจ และบอกว่า เรื่องราคายังไม่สามารถตกลงได้ 5. นายกป้าปู ลองแหกตาดูภาพชาวสวนยางจ.สุราษฏร์ธานี ประชาชนออกมาขนาดนี้ ถ้าไม่เดือดร้อนเรื่องราคายาง เรื่องปากท้อง ก็คงไม่ออกมาหรอกนะ แต่ดันให้ ส.ส. เพื่อไทยออกข่าวว่าม็อบการเมือง 6. ไหนบอกว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง ที่ประชาชนตายนั้นเป็นเรื่องอ่อนโยนหรือ สรุป... ป้าปูช่วยชาวสวนยาง ซื้อยางไป เดี๋ยวก็ไปขายให้จีน อินโด ก็ได้ ถ้าทำได้จะรักเธอตลอดไป ถ้าทำไม่ได้ แต่เลือกไปรับจำนำข้าวนาปีตันละ 15,000 บาท ข้าวนาปรังตันละ 13,000 บาท แล้วข้าวก็เน่า ตอนนี้ก็ขายข้าวให้ใครไม่ได้สักประเทศ ขอให้เธอกลับใจ คิดดีๆ ก่อนที่ประชาชนจะทนไม่ไหว...ออกมาไล่เธอแบบหมูแบบหมานะค่ะ.

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

หนุ่มพะเยาคว้าลูกซองยิงแฟนสาวเสียชีวิตก่อนฆ่าตัวตายตาม คาดปมหึงหวงเล่นไลน์กับเพื่อนชาย

4 ก.ย. พ.ต.ท.กันต์ศักดิ์ สุรินทชัย รอง ผกก.สส.สภ.จุน เปิดเผยว่าได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันในพื้นที่หมู่ 1ต.ทุ่งรวงทอง อ.จุน จ.พะเยา มีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยที่เกิดเหตุอยู่ในบ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.ทุ่งรวงทอง เจ้าหน้าที่พบศพ หญิงอายุ 19 ปี ถูกยิงด้วยปืนลูกซองเข้าที่ท้ายทอย ใกล้กันพบศพชายอายุ 27 ปี นอนเสียชีวิตในสภาพกอดปืนลูกซองยาวมีบาดแผลถูกยิงที่กกหูขวา จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุฝ่ายชาย ได้ทะเลาะกับฝ่ายหญิงบนรถยนต์ระหว่างทางจากบ้านฝ่ายหญิงมาที่บ้านฝ่ายชาย เมื่อมาถึงบ้านญาติฝ่ายชายได้ลงมาห้ามปราม เนื่องจากทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรง ฝ่ายชายได้บันดาลโทสะคว้าปืนลูกซองยิงฝ่ายหญิงเสียชีวิตและยิงตัวตายตาม ทั้งนี้พยานให้การว่า สาเหตุการมีปากเสียงจนนำไปสู่การยิงกันเกิดจากความหึงหวง เนื่องจากฝ่ายหญิงได้ใช้โปรแกรมไลน์สนทนากับเพื่อนชายผ่านทางโทรศัพท์ โดยฝ่ายชายไม่พอใจและได้กล่าวตักเตือนแต่ไม่เป็นผลจนทำให้เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงและเกิดเหตุยิงกันในที่สุด

อัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง “ไอ้บอล” พร้อมพวกรวม 6 คน คดีร่วมกันปล้นฆ่า “เอกยุทธ” ใน 8 ข้อหาฉกรรจ์ พร้อมคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงจำเลยหลบหนี ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยวันนี้

วานนี้ (4 ก.ย.) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา แถลงความคืบหน้า คดีนายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือบอล ผู้ต้องหาร่วมกันอุ้มฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังว่า อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทุกคนตามความเห็นของพนักงานสอบสวน โดยสั่งฟ้องนายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือบอล , นายสุทธิพงษ์ พิมพิสาร หรือเบิ้ม , นายชวลิต วุ่นชุม หรือเชาว์ และนายทิวากร เกื้อทอง หรือทิว ผู้ต้องหาที่ 1-4 ฐานทำความผิดใน 8 ข้อหา โดยอัยการโจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 6-9 มิ.ย.2556 จำเลยที่ 1-4 ซึ่งมีอาวุธปืนออโตเมติก ขนาด .38 ยี่ห้อวอเตอร์ สมิธ แอนด์ เวสสัน และมีดไปบริเวณ ซ.ทาว์อินทาวน์ 21 ถ.ศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. แล้วร่วมกันปล้นทรัพย์จากนายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 59 ปี อดีตนักธุรกิจ ด้านการเงิน และอสังหาริมทรัพย์ ผู้ตาย โดยลักเอาทรัพย์สินรวม 9 รายการ อาทิ เงินสด นาฬิกา สร้อยทองคำ พร้อมพระเลี่ยมทอง แหวนโทรศัพท์มือ และอื่นๆ รวมมูลค่า 6.6 ล้านบาท และจำเลยยังร่วมกันใช้อาวุธจี้บังคับ ข่มขู่ผู้ตาย จนเกิดความกลัว แล้วจำเลยใส่กุญแจมือ พาขึ้นรถยนต์ตู้ ทะเบียน ฮพ 9340 กรุงเทพ ตระเวนไปที่บ้านพักผู้ตาย 2 แห่งย่านทาวน์อินทาวน์ และย่านลาดกระบัง ยังทำกล้องวงจรปิดเสียหาย ก่อนที่พวกจำเลยจะบังคับผู้ตายออกเช็คเบิกเงินสด จำนวน 5 ล้านบาท ไปโดยทุจริต จากนั้นใช้กำลังกอดรัดผู้ตาย ด้วยการใช้ท่อนแขน บีบกดบริเวณลำคออย่างรุนแรง และอุดปากและจมูก ก่อนใช้เชือกรองเท้ารัดคอผู้ตายจนขาดอากาศหายใจ การกระทำของจำเลยที่ 1-4 มีเจตนาเพื่อฆ่าผู้ตาย โดยวางแผนไตร่ตรองไว้ก่อน และให้เพื่อสะดวกแก่การปล้นทรัพย์ หลังก่อเหตุ พวกจำเลยได้ร่วมกันนำศพผู้ตายไปฝังที่คันดิน ไร่นาสวนผสมทิ้งร้าง ที่ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ส่วนจำเลยที่ 5-6 ซึ่งเป็นบิดา มารดา จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกันลักของโจร เป็นเงินสดจำนวน 4,242,000 บาท ของผู้ตายที่ถูกปล้นไป กระทั่งวันที่ 12 มิ.ย.2556 เจ้าพนักงานได้จับกุมจำเลยที่ 1,3และ 4 ได้ ส่วนจำเลยที่ 5- 6 เข้าพบพนักงานสอบสวน โดยได้ทรัพย์สินของผู้ตายคืนมาได้จำนวน 4,658,030 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 จับกุมได้เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2556 ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1-2 รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนจำเลยที่ 3 สารภาพเฉพาะ ข้อหาเคลื่อนย้ายศพ และร่วมกันมีอาวุธปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับจำเลยที่ 4 สารภาพเฉพาะข้อหาเคลื่อนย้ายศพ โดยจำเลยที่ 5,6 ให้การปฏิเสธ ข้อหารับของโจร ท้ายฟ้องอัยการโจทก์ ขอคัดค้าฯการประกันจำเลยที่ 1-4 เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี และขอให้ศาลมีคำสั่งริบของกลาง อาทิ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ,เชือกผูกรองเท้า จอบขุดดิน 2 เล่ม และให้จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันคืนหรือใช้ทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน 6 รายการเป็นเงิน 1,941,970 บาท แก่ทายาทของผู้ตายด้วย ทั้งนี้ ศาลได้ประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ. 3307/2556 และนัดสอบคำให้การจำเลยวันที่ 5 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

ส่งความสุขให้กันนั้นเธอคือ เพี่อน

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

การใดที่ปลุกใจ...ให้ทุกคนรักชาติ รักพระเจ้าอยู้หัว ให้รู้จักแยกคนไม่ดีที่มีอำนาจมิให้มาปกคร­องบ้านเมือง! ข้อความนี้ "ชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยศิลธรรม" ใครก็ตาม...ที่บังอาจดูหมิ่น เหยียดหยาม องค์พระมหากษัตริย์ของไทย ใครก็ตาม...ที่บังอาจมีพฤติกรรม ก่อการขบวนการล้มเจ้า ทำการเผยแพร่คลิปวีดีโอจำนวนมาก ให้ร้ายพระองค์ท่านในเว็บยูทรูปและใครก็ตา­มที่ออกมาปราศรัยเวทีเสื้อแดงของพรรคเพื่อ­ไทย พูดจาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มีเจตนากระทำผิดกฎหมาย มาตรา 112 ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอณาจักรไทย คำถาม การกระทำเยี่ยงนั้น...พระองค์ท่านทรงไปทำอ­ะไรให้พวกคุณ!!! พลังแผ่นดิน! ทุกคนที่รักในหลวง...จะออกมาต่อต้านพวกคุณ­...ทุกรูปแบบ. ประเทศไทย!!! จะต้องมีการปฎิรูป เพื่อขจัดนักการเมือง ทุจริต โกงชาติ เป็นมะเร็งร้ายทำลายชาติถ้าไม่มีการทำอะไร­กับคนพวกนี้ ชาติก็จะไม่เหลืออะไร ไม่มีแม้ที่จะยืนให้ลูหลานไทยได้มีอนาคตเพ­ราะ ประชาชนอยู่อย่างลำบาก ฐานะยากจนลง ไม่รู้จะไปหากินอะไร ปัจจุบันมิว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็แทบเอาตั­วไม่รอด นอกจากนักการเมืองที่ใช้อำนาจหาเงิน เมื่อปัญหานักการทุจริต โกงชาติ ไม่สามารถแก้ได้ในรัฐสภา ทางออกทุกคนคงรู้ว่า จะทำอย่างไร เพียงแต่จะมีผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองจะ­ออกมานำหรือเปล่า!!! หรือจะรอให้นักการเมืองแย่งอำนาจกัน หลอกใช้ประชาชน ใช้ข้าราชการเป็นเครื่องมือ แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายให้มาฆ่ากัน จนบ้านเมืองเกิดจราจล เกิดกุลียุค แล้วนักการเมืองก็จะเรียกร้องให้มาปรองดอง­กันอีก คนแบบนี้อยู่ไปก็รกบ้านรกเมือง!!! "ชีวิต...เลือดเนื้อ...ข้าพุทธเจ้า...ขอมอ­บไว้แด่...พระเจ้าอยู่หัวแล้ว"