วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ฝรั่งเมืองน้ำหอมหม่ำสปาเกตตีดับอนาถคาร้าน



เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 10 ส.ค. ร.ต.อ.เฉลียว บุญคุ้ม ร้อยเวร สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก รพ.พัทยาเมโมเรียล มีชาวต่างชาติมาเสียชีวิตที่ รพ. หลังจากนั่งรับประทานอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านพัทยากลาง รีบไปตรวจสอบในห้องฉุกเฉินพบศพนายโธมัส เบอร์นาร์ด อายุ 61 ปี สัญชาติฝรั่งเศส สภาพเนื้อตัวเขียวคล้ำ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด โดยมีเพื่อนชาวต่างชาติยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วยความเศร้าสลด แพทย์ระบุว่าได้เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล
จากการสอบถามอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ฯ พัทยา ซึ่งเป็นคนนำผู้ตายส่งรพ.ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งจากร้านอาหารแห่งหนึ่งบอกว่ามีลูกค้าเข้ามากินอาหารแล้วเกิดติดคอช็อกหมดสติ เลยรีบไปนำตัวส่งรพ.แต่นายโธมัสเสียชีวิตระหว่างนำส่งรพ.
หลังได้ข้อมูลเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบร้านที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียว โต๊ะด้านในเป็นโต๊ะที่ผู้ตายนั่งกินอาหารมีจานสปาเกตตีวางอยู่ 4 จาน แก้วและขวดไวน์ยี่ห้อหนึ่ง โดยผู้ตายรับประทานเส้นสปาเกตตีเหลืออยู่ครึ่งจาน เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายมากินอาหารกับครอบครัว 4 คน สั่งสปาเกตตีมารับประทาน ขณะกินอยู่นั้น จู่ๆ นายโธมัสชักเกร็งล้มตกเก้าอี้ ญาติๆ รีบนำส่งรพ.แต่ไม่ทันเสียชีวิตไปก่อน ด้าน ร.ต.อ.เฉลียว กล่าวว่า จากการสอบถามแพทย์ยังไม่สรุปสาเหตุ แต่ในหลอดอาหารพบมีเส้นสปาเกตตีอยู่ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะรับประทานสปาเกตตีเข้าไปจนติดคอเสียชีวิต หรือไม่ก็หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ทั้งนี้ต้องรอผลผ่าศพพิสูจน์สาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ตำรวจบุกรวบนักร้องหนุ่มถ่ายภาพวิวแบล็คเมล์สาว ขู่รีดเงินและไม่นำภาพเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต


เมื่อเวลา 20.00 น.วันนี้( 8 ส.ค.) พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.ดส. แถลงผลการจับกุม นายสุริยา บัวชมนา อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 11 ต.นาทม อ.นาทม จ.นครพนม ในข้อหากรรโชกทรัพย์และข่มขืนใจผู้อื่น การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ว่าถูกนายสุริยาหรือต้น บัวชมนา ซึ่งเป็นนักร้องอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านรังสิตคลอง 2 ขู่ว่าจะนำคลิปวีดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กัน ไปเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต และร้านซีดีทั่วไป หากไม่นำเงินจำนวน 10,000 บาทมาให้ ซึ่งก่อนหน้านี้น.ส.เอเคยโอนเงินให้นายสุริยาไปแล้วครั้งหนึ่ง จำนวน 2,500 บาท เพื่อแลกกับการลบคลิปวีดีโอดังกล่าว พร้อมทั้งนายสุริยายังเคยเรียกน.ส.เอ ไปร่วมหลับนอนอีก 4 ครั้ง เพื่อแลกกับการไม่นำคลิปไปประจานในอินเตอร์เน็ต แต่นายสุริยายังไม่พอใจเรียกเงินเพิ่มอีก 7,500 บาท จึงทำให้น.ส.เอตัดสินใจแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในเขตอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือที่ใช้ส่งข้อความและคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ภายในยังมีคลิปการร่วมเพศของนายสุริยากับหญิงสาวอื่นอีก 3 คนก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวงดำเนินคดีต่อไป

สั่งฟ้อง พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ พยายามฆ่าหมอมุกพรุ่งนี้


9 ก.ค.54 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) กล่าวถึงความคืบหน้าคดี พันเอกศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ที่ขับรถชน พันตรีแพทย์หญิงหทัยพร อิ่มวิทยา หรือ”หมอมุก” แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้รับบาดเจ็บสาหัสว่า
ภายหลังจากพนักงานสอบสวน ได้เชิญ พันเอกศักดิ์สิทธิ์ มาสอบปากคำเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จากนั้นพนักงานสอบสวน ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม จนสามารถสรุปสำนวนการสอบสวนได้เป็นที่ยุติแล้ว และเมื่อวานที่ผ่านมา ตนได้เซ็นอนุมัติคำสั่งการสรุปสำนวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง พันเอกศักดิ์สิทธิ์ ในข้อหา “พยายามฆ่า” แล้ว พร้อมกับได้นัดผู้ต้องหา โดยส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการศาลทหาร ในวันพรุ่งนี้ (10ส.ค.)
สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดย พันเอกศักดิ์สิทธิ์ ได้ขับรถพุ่งชนหมอมุก ที่หน้าบ้านพักย่านสามเสน เนื่องจากไม่พอใจที่หมอมุก จอดรถขวางทางออก จากนั้น พันเอกศักดิ์สิทธิ์ ได้หลบหนีไป และเมื่อคดีนี้เป็นข่าวครึกโครม พันเอกศักดิ์สิทธิ์ ทนกระแสสังคมไม่ไหว จึงเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑

การแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
การออกจากตำแหน่งของผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
มาตรา ๑๒ ผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันรับเลือก
(๓) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นประจำ และมีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในหมู่บ้านนั้นติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีจนถึงวันเลือกและเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นหลักฐาน
(๔) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
(๕) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(๖) ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ วิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ ติดยาเสพติดให้โทษ หรือเป็นโรคตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
(๗) ไม่เป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือของรัฐวิสาหกิจ หรือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือลูกจ้างของส่วนราชการ หรือลูกจ้างของเอกชนซึ่งมีหน้าที่ทำงานประจำ
(๘) ไม่เป็นผู้มีอิทธิพลหรือเสียชื่อในทางพาลหรือทางทุจริต หรือเสื่อมเสียในทางศีลธรรม
(๙) ไม่เป็นผู้เคยถูกให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะทุจริตต่อหน้าที่ และยังไม่พ้นกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันถูกให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก
(๑๐) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ และยังไม่พ้นกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันพ้นโทษ
(๑๑) ไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยศุลกากร กฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ในฐานความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ กฎหมายว่าด้วยที่ดิน ในฐานความผิดเกี่ยวกับที่สาธารณประโยชน์ กฎหมายว่าด้วยยาเสพติด กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง และกฎหมายว่าด้วยการพนัน ในฐานความผิดเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก
(๑๒) ไม่เป็นผู้เคยถูกให้ออกจากตำแหน่งตามมาตรา ๑๔ (๖) หรือ (๗) และยังไม่พ้นกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันถูกให้ออก
(๑๓) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล หรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน และยังไม่พ้นกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันถูกให้ออก ปลดออกหรือไล่ออก
(๑๔) มีพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ หรือที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ เว้นแต่ในท้องที่ใดไม่อาจเลือกผู้มีพื้นความรู้ดังกล่าวได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจประกาศในราชกิจจานุเบกษายกเว้นหรือผ่อนผันได้
(มาตรา ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒)

พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Libyan rebel commander buried amid questions

ทองคำขยับวันเดียว8ครั้ง...


วันนี้(8ส.ค.) นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำในประเทศทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (นิวไฮ) โดยราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นถึง 7 ครั้งภายในวันเดียวหรือเพิ่มขึ้น 550 บาท ซึ่งทองคำแท่งรับซื้อคืนบาทละ 23,950 บาท ขายออกบาทละ 24,050 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อคืนบาทละ 23,604.12 บาท ขายออกบาทละ 24,450 บาท เมื่อเทียบกับวันที่ 6 ส.ค. ราคาทองคำแท่งรับซื้อคืนบาทละ 23,400 บาท ขายออกบาทละ 23,500 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อคืนบาทละ 23,058.36 บาท ขายออกบาทละ 23,900 บาท หลังจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น1,714.78 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เป็นผลจากนักลงทุนกังวลปัจจัยลบต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส หรือเอสแอนด์พี ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของสหรัฐลง 1 ขั้นจากทริปเปิ้ลเอ (เอเอเอ) ลงสู่ดับเบิ้ลเอ พลัส (เอเอบวก)
“ราคาทองวันนี้ผันผวนมาก ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยวันนี้มีการปรับราคารวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง เป็นการปรับเพิ่มขึ้น 7 ครั้ง ทำให้ราคาทองขึ้นไปรวดเดียวถึง 650 บาท และช่วงบ่ายราคาลดลงมา 1 ครั้ง 100 บาท ซึ่งระหว่างวันยังต้องติดตามต่อไป” นายจิตติกล่าวและว่า สำหรับ สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกในเดือนส.ค. นี้คงผันผวนมาก เนื่องจากมีปัจจัยจากเศรษฐกิจในสหรัฐฯที่นักลงทุนยังให้ความกังวลอยู่ แม้สหรัฐฯจะสามารถแก้ไขร่างกฎหมายเพดานหนี้ได้แล้วก็ตาม แต่ความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจสหรัฐฯยังสร้างความกังวลเป็นอย่างมาก หลายฝ่ายยังคงติดตามสถานการณ์ว่า สหรัฐฯจะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือกลับมาได้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น เช่น อัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน โดยแข็งค่าขึ้นด้วย
นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราห่วงในขณะนี้คือปัญหาฟองสบู่ในราคาทองคำ เพราะเมื่อราคาเพิ่มขึ้นมากและเร็ว มีโอกาสที่ราคาทองจะลงเร็วเช่นกัน โดยต้องจับตากองทุนต่างๆว่าจะมีการเทขายทองคำออกมามากหรือไม่ แต่แนวโน้มระยะสั้นราคาทองคงไม่ลดลงไปมาก เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศยังมีความไม่แน่นอนอยู่ ทั้งสหรัฐ และยุโรป ส่งผลให้นักลงทุนวิ่งหาสินทรัพย์ปลอดภัยไว้ก่อน ดังนั้น นักลงทุนที่ถือทองคำอยู่ ควรทยอยแบ่งขายทำกำไร และรอราคาย่อตัวก่อนเข้าลงทุนใหม่
ช่วงบ่าย นายจิตติ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นถึง 9 ครั้งภายในวันเดียวหรือเพิ่มขึ้น 650 บาท ซึ่งทองคำแท่งรับซื้อคืนบาทละ 24,050 บาท ขายออกบาทละ 24,150 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อคืนบาทละ 23,695.08 บาท ขายออกบาทละ 24,550 บาท เมื่อเทียบกับวันที่ 6 ส.ค. ราคาทองคำแท่งรับซื้อคืนบาทละ 23,400 บาท ขายออกบาทละ 23,500 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อคืนบาทละ 23,058.36 บาท ขายออกบาทละ 23,900 บาท หลังจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น1,715.55 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เป็นผลจากนักลงทุนกังวลปัจจัยลบต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส หรือเอสแอนด์พี ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของสหรัฐลง 1 ขั้นจากทริปเปิ้ลเอ (เอเอเอ) ลงสู่ดับเบิ้ลเอ พลัส (เอเอบวก)
“ราคาทองวันนี้ผันผวนมาก ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยวันนี้มีการปรับราคารวมทั้งสิ้น 9 ครั้ง เป็นการปรับเพิ่มขึ้น 8 ครั้ง ทำให้ราคาทองขึ้นไปถึง 750 บาท และเวลา 14.00 น. ราคาลดลงมา 1 ครั้ง 100 บาท ส่งผลให้ราคาทองทั้งวันปรับขึ้นมาอยู่ที่ 650 บาท”นายจิตติ กล่าว

ไล่ยิงอริกระสุนพลาดโดนชาวบ้านตาย.



วันนี้(8 ส.ค.) พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ เกศะรัตน์ พงส.(สบ3) สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาเบญจมิตร ปากซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 46 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ ไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผบก.น.2 พ.ต.อ.เชิดชาย สัตบุตย์ ผกก. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น มีร่องรอยของหัวกระสุนปืน ขนาด.38 ตกอยู่ 5 นัด และมีร่องรอยของรูกระสุนปืนอีก 2 รู เมื่อเข้าไปตรวจสอบด้านในร้านดังกล่าว พบผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 ราย นอนตายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงขาสั้นสีครีม สภาพศพนอนหงายอยู่บริเวณประตูทางเข้าร้าน ทราบชื่อต่อมานายอโนชา เกิดเมืองบัว อายุ 45 ปี ถูกกระสุนปืนยิงเข้าบริเวณกลางหลังด้านขวา 1 นัด กระสุนตัดขั้วหัวใจ
สอบสวนนายสุชีพ แก้วมาลา อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถจยย.รับจ้างบริเวณปากซอยสมถวิล ตรงข้ามที่เกิดเหตุให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนจอดรถอยู่บริเวณฝั่งตรงข้าม ได้ยินเสียงดังขึ้นหนึ่งครั้ง ก็เลยวิ่งข้ามฝั่งมาดู เห็นจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีฟ้า 1 คัน ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน พร้อมด้วยจยย.แบบผู้หญิงอีก 1 คัน ไม่ทราบรุ่นและสี มีคนขับขี่และคนซ้อนท้าย รวม 4 คน สวมเสื้อแจ๊คเก็ตสีดำ และสวมหมวกนิรภัยแบบเต็มใบ ใช้อาวุธปืนยิงใส่ วัยรุ่น 2 คน ที่กำลังวิ่งหนีอยู่ ก่อนกระสุนปืนจะพลาดไปถูกผู้ตาย ซึ่งกำลังจะเดินเข้าไปในร้านกับภรรยา ก่อนคนร้ายที่ก่อเหตุจะขับรถหลบหนีไป
ด้านพ.ต.อ.เชิดชาย กล่าวว่า จากกาสอบพยานแวดล้อมเบื้องต้น ทางคนร้ายมีการเตรียมการที่จะลงมือก่อเหตุ โดยสวมเสื้อพร้อมหมวกนิรภัยมาเป็นอย่างดี ด้านผู้ตายนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แต่อย่างใด เป็นเพียงผู้ที่ถูกลูกหลง โดยคนร้ายต้องการที่จะทำร้ายเด็กวัยรุ่น 2 คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าร้านดังกล่าว ซึ่งทั้งนี้ 1 ใน 2 เป้าหมายก่อเหตุได้รับบาดเจ็บ ถูกยิงที่บริเวณขาขวา 1 นัด ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่รพ.บางโพ โดยทราบชื่อแล้ว อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่ง ส่วนวัยรุ่นอีกคนทางเจ้าหน้าที่จะตามตัวมาสอบปากคำต่อไป เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคู่อริต่างสถาบัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำผู้เสียหายและผู้บาดเจ็บ และจะเร่งนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.