วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

บทความ ฉันจะข่มขืนประชาชนและข่มขืนประชาธิปไตย!!!

เสียงแผดดังออกมาจากสภา ทำให้เราๆท่านๆทราบทันที่ว่า ถ้ารัฐบาลยุบสภา ประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วประเทศ ตามวาทกรรมคืนอำนาจให้ประชาชน
และพูดต่อให้ฟังแบบดูดีว่า ต้องคืนอำนาจ ประกาศให้มีการเลือกตั้ง ใครสามารถเข้ามาได้ ก็ถือว่าได้อำนาจมาถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย
ผลหรือภาพที่เห็นไม่ต่างกับ
ผู้ใหญ่หื่นกามที่พยายามยื่นขนมให้เด็กสาว พร้อมพูดคำหวาน เมื่อเด็กสาวรับขนมไป ผู้ใหญ่ตนนั้นก็จะข่มขืนเด็กผู้หญิงทันที
เด็กผู้หญิงคนนั้นต้องรออีก 4 ปีจีงจะมีราคาอีกครั้ง
ให้กลับมามองอีกมุมหนึ่ง
เมื่อประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ปรากฎว่า ได้นักการเมืองเน่าๆเข้ามา ไม่ต่างกับไล่คุณเวรไปได้คุณรับประทานมา
เมื่อนักการเมืองเน่าๆได้ร่วมผสมพันธ์ุกันสำเร็จแล้ว ก็จัดตั้งรัฐบาล แล้วจะดำเนินการข่มขืนประชาธิปไตย ในรูปแบบเผด็จการ
ตัวอย่างมีมากมาย ลองสัก 3 ตัวอย่าง ที่ผ่านมาแบบเห็นจะจะฉันก็จะทำ.!!!
1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องการเลือกตั้งจากรวมเขต มาเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว โดยไม่มีประชามติ ไม่เห็นหัวประชาชน
2. จากข้อ 1. มิได้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติเลย แต่ให้ประโยชน์ต่อตัวนักการเมืองเอง เขตเดียวเบอร์เดียวง่ายต่อการซื้อเสียง...
3. ก่อนมีรัฐธรรมนูญ ใช้ร่างก่อน ต่อมาให้ประชาชนลงประชามติ แล้วประกาศใช้ ตรงนี้น่าเลื่อมใสได้คะแนนนิยม
ต่อมาถึงตอนที่ตนเองจะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ กลับใช้กำลังข่มขืนประชาธิปไตย ไม่บอกพ่อแม่พี่น้อง 65 ล้านคนเจ้าของประเทศเลย
เขียนมาถึงตรงนี้
ต้องถามตัวเองว่า ที่เรามีความภูมิใจเกิดเป็นคนไทย มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ถึงคราวที่เรา จะถูกนักการเมืองข่มขืนพร้อมกันทั่วประเทศ แถมคนในชาติทุกคนที่ถือประชาธิปไตยอยู่ในมือแท้ๆ นักการเมืองก็ยังไม่เว้น
จับประชาธิปไตยข่มขืนอีก...
คำถาม ต่อมามีคนสงสัยว่า นักการเมืองข่มขืนประชาธิปไตยได้หรือ เป็นแบบไหน ไม่เห็นภาพ ไม่เข้าใจ
คำตอบ ตัวอย่างเช่น เวลารัฐบาล นายก รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ทุจริตหรือทำผิด เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง อย่างเรื่องหลบเสียภาษี เมื่อประชาชนจับได้ ก็ไม่มีอำนาจไปตรวจสอบ
จะเดินเข้าสภาไปใช้สิทธิแบบส.ส.ก็ไม่ได้ ก็ต้องออกมาเสียงดังข้างถนนอีก หากพูดจาตรงเกินไป อาจถูกนักการเมืองใช้เครื่องมือ ที่เราเรียกว่า กฎหมายมาจัดการให้เดือดร้อนและให้เงียบเสียงไป
เช่น การฟ้องหมิ่นประมาททางแพ่งและอาญา
แล้วใครมาโต้แย้งอีก รัฐบาลก็จะมาออกรายการน่ารักน่าฟังว่า พวกนี้เป็นพวกป่วนการเมือง ทำบ้านเมืองวุ่นวายและเป็นพวกเสียงคนส่วนน้อยของคนในประเทศ
และตอบคำหวานตอกฝาโลงว่า ผมชนะการเลือกตั้งมา (ภายใน 4 วินาที) อำนาจที่ได้มาก็มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์
บทความนี้มีคำตอบแค่ 2 บรรทัดเท่านั้น...
คำตอบ เป็นอุทาหรณ์ว่า การข่มขืนประชาชนและประชาธิปไตยไปเรื่อยๆแล้วได้อำนาจมา แต่ให้ระวัง อำนาจตุลาการ ที่สามารถล้ม อำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารได้
ถ้าคุณประมาท บ้าอำนาจ ข่มขืนใครไปทั่วเป็นว่าเล่น เวรกรรมทางกฎหมายก็มีจริงเช่นกัน...อย่างอดีตนายกที่ผ่านมา...

Fighter jets hit Libyan army convoy 2

Dozens dead in Yemen clashes 2:


วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

Irish Stew - Irish Lamb Stew

ลูกน้อง เสธ.แดง สำนึกผิดโผล่มอบตัวกองปราบฯ

ลูกน้อง เสธ.แดง โผล่มอบตัวคดีอาวุธปืน เจอดีผีห้องขังกองปราบหลอกซะ!
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 21 มีนาคม 2554 16:39 น.

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นายมงคล สารพัน อายุ 44 ปี ลูกน้องเสธ.แดง


ผู้ต้องหาคดีข่มขืนหลานสาว ที่ผูกคอตายในห้องขังของกองปราบปราม จนเป็นที่มาของผีกองปราบที่แพร่หลาย

ลูกน้อง เสธ.แดง สำนึกผิดโผล่มอบตัวกองปราบฯ คดีอาวุธปืน หลังไม่ไปรายงานตัวตามศาลนัดและถูกออกหมายจับ ก่อนเปลี่ยนใจเข้ามอบตัว แต่กลับเจอดีผีกองปราบเล่นงาน ถูกชายกางเกงแดงดึงขา ต้องวอน ตร.นั่งคุยเป็นเพื่อนยันเช้า พบประวัติเอี่ยวคดีระเบิดหลายแห่งแถมเคยมีหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินติดตัว
     
       วันนี้ (21 มี.ค.) ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 08.30 น. พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.วรทัศน์ วัฒนชัยนันท์ พนักงานสอบสวน (สบ2) กก.1 บก.ป.พร้อมกำลังควบคุมตัว นายมงคล สารพัน อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96/1 หมู่ 7 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 396/53 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 ไปส่งศาลอาญาดำเนินคดี หลังผู้ต้องหาเดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนเมื่อค่ำวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา
     
       ทั้งนี้ สืบเนื่องจากผู้ต้องหาร่วมกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง กับพวกอีก 6 คนได้กระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และช่วยเหลือนายพรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือเคทอง ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีนำคลิปวิดีโอเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยกล่าวในคลิ ปเพื่อข่มขู่ให้ประชาชนตกใจกลัวเกี่ยวกับเหตุระเบิดต่างๆ ไม่ให้ถูกจับกุม เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2553 หลังจับกุมตำรวจได้นำผู้ต้องหาทั้งหมดไปพลัดฟ้องฝากขังต่อศาล ต่อมาศาลได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่เมื่อถึงวันนัดรายงานตัว นายมงคลกลับไม่มารายงานตัวศาลจึงออกหมายจับไว้
     
       สอบสวนผู้ต้องหารับว่า หลบหนีไปอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ ต้องอยู่ไปวันๆ จึงเปลี่ยนใจยอมเข้ามอบตัว
     
       ทั้งนี้ นายมงคลยังเล่าถึงช่วงที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังกองปราบปรามว่า นอนอยู่ในห้องขังเพียงคนเดียว ช่วงที่หลับไปก็รู้สึกว่าเหมือนมีคนมาดึงขา เมื่อลืมตาดูก็ตกใจเพราะเห็นผู้ชายคนหนึ่งใส่กางเกงสีแดง ไม่สวมเสื้อ กำลังดึงขาตนอยู่ จึงตะโกนร้องเรียกให้ตำรวจมาช่วย หลังจากนั้นก็เหมือนจะไม่มีอะไรแล้วจึงพยายามข่มตาหลับ แต่เมื่อหลับไปได้สักพักก็ถูกดึงขาอีก เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้งจึงขอร้องตำรวจมานั่งเป็นเพื่อนจนถึงเช้า
     
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากคดีดังกล่าวแล้ว นายมงคลยังเคยตกเป็น 1 ใน 3 ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหลายคดีในช่วงการชุมนุมของกลุ่ม นปช. และมีหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ด้วยแต่หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วหมายจับดังกล่าวจึงถูกยกเลิกตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.พร้อมพนักงานสอบสวนเข้าสอบปากคำนายมงคล กรณีตกเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับเหตุระเบิดดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว